สุขภาพความงาม เรื่องของแฟชั่นสาวอยากสวย

แฟชั่นสาวอยากสวย

   May 04

ลดสารพิษเพื่อสุขภาพด้วยสมุนไพร

ลดสารพิษเพื่อสุขภาพด้วยสมุนไพร


คนเมืองเป็นกลุ่มชนที่อาศัยอยู่ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่เต็มไปด้วยมลพิษ ทั้งด้านอากาศ อาหาร น้ำ และร่างกายต้องสะสมสิ่งแปลกปลอมที่เป็นสารพิษเข้าสู่ร่างกายเป็นประจำทุกวัน ทำอย่างไรคนเมืองจึงจะมีทางเลือกเพื่อสุขภาพที่ดีได้ ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่เลือกไม่ได้เช่นนี้

สิ่งหนึ่งที่อยากแนะนำคือใช้ สมุนไพรเพื่อการดูแลสุขภาพ ซึ่งสมุนไพรดังกล่าวนี้มีสรรพคุณตามตำราการแพทย์แผนไทยช่วยในการล้างพิษ น่าที่จะนำมาประยุกต์ใช้ในรูปเครื่องดื่มประจำวัน หรือใช้ในการอาบอบเพื่อช่วยขับพิษในร่างกายได้

สมุนไพรที่มีสรรพคุณในการล้างพิษที่น่าสนใจมีอยู่หลายตัว เป็นสมุนไพรที่มีรสจืด จากการสอบถามหมอพื้นบ้านหลายท่านที่มีประสบการณ์ในการรักษาผู้ที่กินยาฆ่า แมลง หรือเกษตรกรที่เจ็บป่วย เพราะใช้สารพิษหรือสารเคมีทางการเกษตร รวมถึงผู้ที่ติดยาเสพติด หมอพื้นบ้านใช้สมุนไพรในกลุ่มนี้รักษาซึ่งใช้ได้ผลดี ดังนั้นแม้คนในเมืองจะไม่ไช่กลุ่มคนที่เผชิญกับสารเคมีโดยตรงอย่างเกษตรกร แต่ในกระบวนการบริโภคนั้นก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าพืชผักที่นำมาประกอบอาหารนั้น ล้วนแต่ผ่านการปลูกด้วยการฉีดยาฆ่าแมลงและปุ๋ยเคมีเช่นกัน นอกจากนี้วิถีชีวิตประจำวันยังดูดซับสารพิษจากมลภาวะทางอากาศอีกเป็นประจำ จึงอยากเสนอทางเลือกในการดูแลสุขภาพด้วยสมุนไพร เพื่อช่วยลดสารพิษในร่างกาย
รางจืด

เป็นสมุนไพรที่รู้จักกันกว้างขวางในเรื่องสรรพคุณช่วยลดสารพิษ โดยเฉพาะบรรดาคอเหล้าทั้งหลายมักนิยมนำไปต้มดื่มเพื่อแก้อาการเมาค้างหรือ ถอนพิษเมาค้าง นอกจากรางจืดตัวนี้แล้ว ยังมีว่านรางจืดอีกตัวที่นิยมอมก่อนไปกินเหล้า เพราะเชื่อว่าจะช่วยให้ไม่เมาเหล้า (แล้วจะกินไปทำไมก็ไม่รู้ให้เปลืองเงิน)

นอกจากนี้ ชาวบ้านตามชนบททั่วไปยังใช้ถอนพิษเมาเบื่อจากเห็ด โดยส่วนมากชาวชนบทมักจะนิยมเก็บเห็ดไปทาน โดยบางคนก็ไม่มีความรู้ว่าเห็ดที่ตนเก็บมานั้นกินได้หรือไม่ ด้วยเหตุนี้เองที่เรามักพบข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ว่ามีคนกินเห็ดจนต้องเข้า โรงพยาบาลล้างท้องทุกปี แต่หมอพื้นบ้านเขาต้มล้างจืดให้ดื่มแก้ทางกันไม่นานอาการก็ดีขึ้น

สรรพคุณของรางจืดตามตำราใช้รากและเถามาปรุงเป็นยาถอนพิษ แก้พิษเบื่อเมา แก้พิษไข้ หรือใช้เป็นยาแก้ร้อนในกระหายน้ำ ส่วนมากจะพบตามร้านขายยาหรือหมอพื้นบ้านที่ใช้รากหรือเถา แต่โดยทั่วไปนั้นจะใช้ใบรางจืดตากแห้งต้มดื่มหรือชงดื่มเป็นชา

งานวิชาการหรืองานวิจัยเกี่ยวกับรางจืดยังไม่พบมากนัก จริง ๆ แล้วถ้ามีการส่งเสริมการวิจัยสมุนไพรตัวนี้ให้สามารถใช้ได้ ศึกษาเพิ่มเติมทางคลินิกถึงความปลดภัย น่าจะมีอนาคตไกล ที่สำคัญคุณสมบัติอย่างนี้น่าจะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของประชาชนด้วย

วิธีใช้ คัดเลือกใบแก่ ล้างให้สะอาด แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ตากแดดหรืออบให้แห้ง ใช้ต้มดื่มหรือชงแบบชาเป็นประจำเช้า-เย็น วันละ 1 แก้ว

ย่านาง

เป็นพืชอีกชนิดหนึ่งที่รู้จักโดยทั่วไป แต่จะเป็นชาวชนบทส่วนใหญ่ที่ใช้ประโยชน์จากพืชสมุนไพรชนิดนี้ ในตำรายาแผนไทยย่านางเป็นหนึ่งในตำรายาเบญจโลกวิเชียรหรือยาห้าราก ที่มีสรรพคุณโดดเด่นในการถอนพิษไข้

ย่านางมีชื่อเรียกหลายชื่อ เถาย่านาง เถาวัลย์เขียว หญ้าภคินี ปู่เจ้าเขาเขียว ผักจอยนาง เป็นผักพื้นบ้านอีกชนิดที่มีคุณค่าทางโภชนาการคือมีวิตามินเอและแคลเซียมสูง มาก ๆ และการประกอบอาหารที่ใช้น้ำคั้นจากย่านางนี้เพื่อเป็นการฆ่าฤทธิ์ของสารบาง ตัวที่จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น ช่วยลดฤทธิ์ขมเฝื่อน ช่วยให้หน่อไม้มีรสชาติหวานอร่อยขึ้น ในขี้เหล็กก็เช่นกัน

ประโยชน์ทางยานั้นจะใช้ราก ซึ่งมีรสจืด ใช้แก้ไข้ทุกชนิด เช่น ไข้ผิดสำแดง คือ อาการไข้ที่เกิดจากการกินอาหารที่เป็นพิษต่อร่างกาย ไข้พิษ ไข้เหนือ ถือเป็นยากระทุ้งพิษหรือขับพิษไข้ โบราณใช้ใบย่านางต้มกับใบรางจืดให้ผู้ป่วยดื่มและใช้เช็ดตัวเพื่อแก้ไข้ตัว ร้อน

ปัจจุบันย่านางได้รับความนิยมสูงในการนำมาดูแลสุขภาพ ลดความร้อนในร่างกาย โดยเอาน้ำคั้นใบย่านางดื่มหรืออาจคั้นร่วมกับสมุนไพรอื่น ๆ ที่มีฤทธิ์ยาเย็นเหมือนกัน เช่น ใบเตย ผักบุ้ง

ผักบุ้งไทย

เป็นผักพื้นบ้านอีกชนิดหนึ่ง ที่มีสรรพคุณโดดเด่นแก้พิษถอนพิษ หมอพื้นบ้านหลายท่านแนะนำให้ใช้น้ำต้มผักบุ้งดื่มเพื่อล้างสารพิษจากยาฆ่า แมลง หรือในตำรับยาอบและอาบสำหรับรับบำบัดผู้ติดยาเสพติดก็จะมีผักบุ้งเป็นตัวยาหลัก

ผักบุ้งมีหลายชนิด แต่บ้านเราทั่วไปนิยมบริโภคผักบุ้งจีนเพราะมีสีเขียวอวบ น่ารับประทานและรสชาติค่อนข้างจะหวานกว่าเล็กน้อย แต่ผักบุ้งบ้านเรารสชาติค่อนข้างเฝื่อน นิยมรับประทานแกล้มส้มตำมะละกอ หรือลวกจิ้มน้ำพริก

สรรพคุณตามตำรายาระบุว่า รากผักบุ้งมีรสจืดเฝื่อน แก้ถอนพิษผิดสำแดง ส่วนลำต้นและใบ มีรสเย็นถอนพิษเบื่อเมา นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณเป็นยาฆ่าเชื้อ สามารถรักษาแผลเป็นหนองได้ และลดอาการคันจากพิษแมลงกัดต่อยได้ด้วย

ในแต่ละมื้อมีผักบุ้งไทยสัก 1 กำมือ รับประทานแกล้มน้ำพริกเป็นประจำทุกวัน ถ้าไม่รับประทานสดก็อาจต้ม แล้วนำน้ำต้มนั้นอย่าทิ้งเด็ดขาด ใช้ดื่มล้างพิษได้ ถ้ารับประทานผักบุ้งทุกวันก็ช่วยลดสารพิษในร่างกายได้แล้วจะในรูปผักสดหรือ ต้มดื่มน้ำก็ใช้ได้ประโยชน์ทั้งสองทาง


   May 04

แฟชั่นหน้า – ผม เทรนด์ใหม่จากปารีส

แฟชั่นหน้า – ผม เทรนด์ใหม่จากปารีส

งานแฟชั่นโชว์ประจำปีของเมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส กับ Paris Fashion Week ที่โชว์ความงดงามและดีไซน์ใหม่ ๆ ของเสื้อผ้าตามซีซั่น แต่คราวนี้เราเปลี่ยนแนวจากการชมเสื้อผ้า มาเป็นการชมเทรนด์การแต่งตาและทำผมของเหล่านางแบบบนรันเวย์ดูบ้าง ลองมาดูกันเลยว่าเทรนด์การแต่งตาและทำผมสไตล์นางแบบนั้นเป็นอย่างไร

Purple haze

อายแชว์โดว์สีม่วงปักที่แนวขนตาด้านล่าง ทำให้ดวงตาดูโดดเด่น ทว่าแฝงความลึกลับมีเสน่ห์ไว้ในเวลาเดียวกัน

Bit on the side

ผมแสกข้างหวีปัดเฉียงปิดหน้าผาก ดูง่ายแต่เก๋ไก๋ไม่เบา

Clip it

สวยง่ายเร็วทันใจ เรียบร้อย ไม่ลงมาปรกหน้าทิ่มตา ด้วยการหวีเรียบแล้วติดกิ๊บ

Center stage

สวยคลาสสิคตลอดกาลด้วยการแสกกลางดูเรียบง่ายแต่ไม่เคยตกยุค

Natural

ผมพลิ้วไหวปล่อยตามสบายเป็นธรรมชาติ ก็เป็นเทรนด์หนึ่งของซีซั่นนี้เหมือนกัน

Golden eye

อายแชโดว์สีทองช่วยเสริมให้ดวงตาสีฟ้าดูโดดเด่นมีเสน่ห์ออกมาอย่างน่าประหลาด

Wispy

รวบผมยุ่ง ๆ ดูแคชชวล ให้ลุคสบาย ๆ เซอร์นิด ๆ ติดเครื่องประดับผมสวย ๆ หน่อยเท่านี้ก็จำลองลุคเดียวกับนางแบบคนนี้ได้แล้ว

Drama

โฉบเฉี่ยว เปรี้ยวเก๋ แต่ดุดัน ด้วยการรวบผมดึงให้เรียบเป๊ะ ตามติดด้วยลิปสติกสีแดงเข้ม แถมให้กลิ่นอายกอธิคฟุ้งออกมาหน่อย ๆ ด้วย

เทรนด์การแต่งหน้า – ผมของเหล่านางแบบในงาน Paris Fashion Week 2012 นี้ ดูแล้วสบายตา ไม่อลังการจนเกินงาม เหมาะที่จะใช้ในชีวิตประจำวันได้สบาย ๆ เลยล่ะค่ะ


   Apr 16

ปรับหุ่นให้สวยด้วยเสื้อผ้าแฟชั่น

ลือกสวมเสื้อที่มีการตกแต่ง เช่น มีระบายหรือโบขนาดใหญ่

เลือกเสื้อที่เน้นช่วงไหล่ให้ดูสง่าผ่าเผย จะใช้แผ่นเสริมไหล่ด้วยก็ได้ ก็จะช่วยบาลานซ์ช่วงไหล่ให้สมดุลกับส่วนกว้างของสะโพก

เลือกชิ้นบนสีอ่อน ชิ้นล่างสีเข้ม วิธีเบสิกที่จะช่วยปรับเน้นให้ช่วงบนดูเด่นขึ้น ส่วนกระโปรงหรือกางเกงสีเข้มจะช่วยอำพรางขนาดสะโพกได้

กระโปรงที่มีความยาวเหนือเข่าพอดี จะช่วยปรับหุ่นและส่วนสูงให้ดูสมดุล แต่หากเป็นคนช่วงขาสั้นด้วย ก็อาจใส่กระโปรงสั้นกว่านี้ได้

สวมเสื้อคลุมหรือเสื้อกั๊กผ้าพลิ้วบางยาวเลยสะโพกลงมาเล็กน้อย ก็จะช่วยบดบังช่วงสะโพก แต่อย่าเลือกที่สีอ่อนหรือสีสว่างจนเกินไป เพราะจะยิ่งเน้นที่ส่วนนั้น

 

 ลิงค์ : http://guru.thaibizcenter.com/articledetail.asp?kid=10468

 

 


   Apr 16

วิธีดูแลเส้นผมในหน้าร้อน

อย่าออกแดดบ่อย

พยายามเลี่ยงแสงแดดจัด ๆ ในช่วงสิบโมงเช้าถึงบ่ายสองโมงเอาไว้ เพราะเป็นช่วงที่มีรังสียูวีทำลายล้างได้รุนแรงที่สุด ถ้าจำเป็นต้องออกไปกลางแดดในช่วงนั้นจริง ๆ ก็ควรสวมหมวกหรือโพกผ้าเพื่อปกป้องเส้นผม แต่ถ้าคุณไม่ได้วางแผนที่จะไปอยู่กลางแดด หรือหาหมวกหรือผ้าโพกผมไม่ได้จริง ๆ ก็ควรแก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยใช้ครีมกันแดดทาเส้นผมเอาไว้ โดยทาให้ทั่วทั้งเส้นผมและหนังศีรษะ นี่อาจไม่ใช่วิธีที่ดีนัก แต่อย่างน้อยก็ช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ เส้นผมของคุณจะได้ไม่เสียจนยากจะเยียวยา

เล็มผมอย่างสม่ำเสมอ

ผมแตกปลายมักจะเกิดขึ้นบ่อย ๆ ในช่วงหน้าร้อน คุณจึงควรป้องกันด้วยการไปเล็มผมเป็นประจำทุก 6-8 สัปดาห์ นอกจากนี้ ก็ควรหาน้ำมันมะกอกหรือน้ำมันโจโจบาติดตัวไว้ด้วย เพราะคุณสามารถใช้ประโยชน์จากมันในการดูแลเส้นผมแตกปลายได้ โดยใช้ทาบริเวณปลายผมเพื่อช่วยให้เส้นผมดูนุ่มขึ้น หรือแม้แต่ช่วยกำราบผมชี้ฟูก็ยังได้ นอกจากนี้ คุณยังสามารถใช้ทาเส้นผมก่อนสระผม เพื่อป้องกันไม่ให้เส้นผมแห้งจากการสระผมบ่อย ๆ หรือใช้ทาปกป้องเส้นผมในระหว่างวันก็ได้

เลือกผลิตภัณฑ์ให้ดี

ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่มีส่วนผสมของสารกันแดด คือผู้ช่วยแสนดีที่ช่วยป้องกันหนังศีรษะไหม้แดดให้คุณได้ ในขณะเดียวกันก็ช่วยป้องกันรังสียูวีไม่ให้มาทำร้ายเส้นผมของคุณได้ ผลิตภัณฑ์พวกนี้มักอุดมไปด้วยสารที่ให้ความชุ่มชื้น ซึ่งจะช่วยให้เส้นผมดูมีสุขภาพดีและเป็นเงางาม แต่คุณควรระมัดระวังในการใช้ผลิตภัณฑ์เพิ่มความเงางามในการควบคุมเส้นผมชี้ ฟูไว้ให้ดี เพราะผลิตภัณฑ์พวกนี้มักมีส่วนผสมของซิลิโคน ที่จะจับตัวอยู่บนเส้นผมหลังจากใช้ไปแค่หนสองหนได้ ซึ่งนั่นจะทำให้ผมแห้งเสียดูเลวร้ายไปใหญ่ในระยะยาว นอกจากนี้ ก็ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์แต่งผมที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์หรือสารเคมีอื่น ๆ เพราะจะยิ่งทำให้เส้นผมแห้งเสียมากขึ้นได้ ทางที่ดีควรเปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชิตล้วน ๆ ซึ่งจะมีความอ่อนโยนต่อเส้นผมมากกว่าจนกว่าฤดูร้อนจะผ่านพ้นไป

บำรุงเส้นผมอย่างล้ำลึก

คอนดิชั่นเนอร์ คือสิ่งที่คุณขาดไม่ได้ในหน้าร้อน เพราะมันจะช่วยให้เส้นผมของคุณดูดี รวมทั้งป้องกันเส้นผมพันกันและเส้นผมชี้ฟูให้คุณได้ นอกจากนี้ ก็ควรหมักผมด้วยคอนดิชันเนอร์แบบล้ำลึกสัปดาห์ละครั้ง เพื่อช่วยเยียวยาเส้นผมแห้งเสียจากแสงแดด ถ้าคุณมีผมแห้งเสียมาก ๆ และอยากปรับสภาพให้ดูนุ่มสลวยได้ดีเป็นพิเศษละก็ ลองทาคอนดิชันเนอร์แบบล้ำลึกลงบนเส้นผมที่เปียกหมาด ๆ หรือในขณะที่เส้นผมแห้งแล้วก็ได้ จากนั้นใช้พลาสติกสำหรับห่ออาหารพันทับเส้นผมไว้ หรือจะสวมหมวกอาบน้ำก็ได้ แล้วเข้านอนทั้งอย่างนั้น ปล่อยให้คอนดิชันเนอร์แทรกซึมเข้าไปในผมที่แห้งเสียดลอดทั้งคืน เพื่อช่วยซ่อมแซมและคืนความชุ่มชื้นให้แก่เส้นผมเป็นพิเศษ

เลี่ยงการแต่งผมด้วยความร้อน

ถ้าคุณใช้อุปกรณ์แต่งผมด้วยความร้อน (ไม่ว่าจะไดร์เป่าผม คีมรีดผม หรือคีมดัดผม) เป็นประจำ ก็ควรหาเวลาพักให้กับเส้นผมบ้าง ลองปล่อยให้เส้นผมแห้งเองตามธรรมชาติ หรือหันมาเพิ่มคลื่นลอนให้เส้นผมบ้าง ลองปล่อยให้เส้นผมแห้งเองตามธรรมชาติหรือหันมาเพิ่มคลื่นลอนให้เส้นผม ด้วยการถักผมเปียกตอนที่ผมเปียกหมาด ๆ แล้วปล่อยไว้จนแห้งเอง เมื่อแกะเปียออกคุณก็จะได้คลื่นผมที่ดูสวยไม่ซ้ำใคร แต่ถ้าคุณขาดไดร์เป่าผมไม่ได้จริง ๆ ก็อย่าลืมใช้คอนดิชัเนอร์แบบไม่ต้องล้างออก หรือผลิตภัณฑ์ปกป้องเส้นผมจากความร้อนก่อนไดร์ผมทุกครั้ง และปรับความร้อนไว้ต่ำ ๆ ด้วยล่ะ

 ลิงค์ : http://guru.thaibizcenter.com/articledetail.asp?kid=10470

 


   Apr 16

เปลี่ยนทรงผมให้เข้ากับบุคลิก

สาว ๆ ที่อยากเปลี่ยนบุคลิกซ้ำซากจำเจของตัวเองด้วยการเปลี่ยนทรงผม แม้จะตั้งใจให้ได้ความแปลกตาแปลกใหม่ แต่ร้อยทั้งร้อยก็ยังอดกังวลใจไม่ได้ว่าทำออกมาแล้วจะไม่เป็นอย่างที่ตั้งใจ เอาไว้ ซึ่งนับว่าเป็นปัญหาใหญ่ไม่เบา เพราะทำให้เราขาดความมั่นใจจนไม่อยากจะทำอะไรไปเลยทีเดียว

1. เข้าร้านตัดผมในสภาพผมที่คุณตั้งใจว่าจะไว้ให้เป็นเช่นนั้นหลังการตัด

ไม่ว่าจะเข้าร้านทำผมเพื่อการเปลี่ยนทรง หรือเพื่อการทำสี คุณเคยสังเกตไหมว่าช่างจะจัดทรงผมของคุณก่อน ไม่ว่าจะด้วยการหวี หรือการใช้มือสางแล้วดูจังหวะการทิ้งตัวของผมอยู่บ่อยครั้ง ทั้งนี้ก็เพื่อดูว่าทรงผมที่กำลังตัดอยู่นั้นเข้ากับสภาพผมของคุณหรือไม่ เพราะฉะนั้นหากคุณตั้งใจว่าหลังจากเปลี่ยนทรงแล้วจะดัดเป็นลอน หรือทิ้งไว้ให้เรียบตรง ก็ขอให้เข้าร้านทำผมไปในสภาพผมเช่นนั้น เพื่อที่ช่างจะได้ประเมินลักษณะผมและทรงหรือการทำสีที่คุณต้องการ ให้ออกมาได้อย่างถูกต้องตรงใจ

2. นำรูปทรงผมของคุณไปให้ช่างดูด้วย

ส่วนใหญ่เมื่อเราต้องการเปลี่ยนทรงผม ก็มักจะนำรูปของดารานักร้องหรือภาพต้นแบบทรงผมไปให้ช่างดูด้วย แต่คราวนี้เราแนะนำว่าให้คุณนำรูปของตัวคุณเองที่ถ่ายในขณะที่เคยทำผมแบบที่ ใกล้เคียงกับทรงผมที่ต้องการมากที่สุดไปด้วย เพื่อที่ช่างจะได้พอมองเห็นภาพสำเร็จที่จะได้ออกมา และได้ประเมินด้วยว่าควรจะปรับแต่งอะไรตรงไหนเพื่อให้เข้ากับตัวคุณมากที่ สุด นอกจากนี้หากสามารถนำภาพทรงผมแบบที่คุณเคยทำแต่ไม่ชอบใจไปได้ก็จะดีมาก เพราะช่างก็จะได้รู้ว่าการทำผมแบบไหนที่ไม่รับกับหน้าของคุณด้วย

3. ขยันถามข้อมูลเรื่องการดูแลทรงผมของคุณ

หากรู้สึกว่าช่างนั้นตัดผม เซ็ตผมออกมาได้ถูกใจ เดินออกมาจากร้านทำผมด้วยความมั่นใจ แต่เมื่อกลับถึงบ้านและต้องทำผมด้วยตัวเองในวันถัดไปกลับพบว่าทำอย่างไรก็ ไม่เห็นสวยถูกใจเหมือนทำที่ร้าน ทั้งนี้อาจเป็นเพราะทรงผมที่คุณทำนั้นต้องการการดูแลเป็นพิเศษก็ได้ ระหว่างการทำผมก็หมั่นพูดคุยกับช่าง ถามถึงวิธีการดูแลและการเซ็ตผม อย่างสภาพผมเช่นคุณต้องใช้คอนดิชั่นเนอร์สูตรไหนเป็นพิเศษหรือไม่ ผลิตภัณฑ์แต่งผมที่ใช้ควรเป็นชนิดใด ผมหน้าม้าที่ตัดมีวิธีการเซ็ตให้สวยเด้งอย่างไร ฯลฯ เชื่อเถอะว่าสารพัดคำถามที่คุณอยากได้คำตอบ คำแนะนำจากช่างทำผม และสิ่งเหล่านี้ก็จะช่วยให้คุณจัดการดูแลและทำผมของตัวเองได้อย่างถูกใจแน่ นอน

หากสาว ๆ เตรีมตัวไว้ได้ดังนี้ ก็จะช่วยให้การเปลี่ยนทรงผมเป็นเรื่องตรงใจที่ไม่น่ากังวลอีกต่อไปเลยค่ะ
 

 ลิงค์ : http://guru.thaibizcenter.com/articledetail.asp?kid=10474